พี่ใหญ่ … ฟังคำเรียกคำนี้เหมือนหนังกำลังภายในยังไงก็ไม่รู้ แต่คำว่า พี่ใหญ่ในมุมมองของเรา เรารู้สึกว่า พี่ใหญ่ต้องพึ่งได้ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรได้ ให้คำแนะนำ และแยกผิดถูกได้ มีคุณธรรมและยุติธรรม นั่นคือพี่ใหญ่ในความคิดของเรา ในกลุ่มพี่น้องทุกอาชีพย่อมต้องมีพี่ใหญ่แบบนี้ น้องๆ ในวันนี้จึงมีโอกาสเป็นพี่ใหญ่กับเขาได้เหมือนกัน นั่นหมายความว่า ณ วันนี้น้องต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม รู้ผิดรู้ถูก มีจิตใจดี และสิ่งเหล่านี้ต้องเติบโตขึ้นในจิตใจ หรือในตัวตนของน้องตามอายุที่เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน เมื่อเวลาผ่านไปน้องก็จะเป็นพี่ใหญ่ หรือเป็นแบบอย่างให้กับน้องรุ่นต่อๆ ไป ความจริงเราอยากเห็นพี่ใหญ่ อยากได้ยินคำเรียกว่าพี่ใหญ่ (ไม่ใช่เรียกเราน๊ะ) บ่อยๆ อย่างน้อยเมื่อเรามีพี่ใหญ่อยู่ในใจ เมื่อใดก็ตามที่มีเสียงคำว่า พี่ใหญ่ก้องอยู่ในหู เราจะนึกถึงพี่ใหญ่คนนั้น พี่ใหญ่คงเป็นแบบอย่างให้เราได้ในหลายๆ เรื่องที่เราอยากยึดถือให้เป็น … ถ้ามีพี่ใหญ่ในใจทุกคน … สังคมคงจะอบอุ่นกว่านี้แน่ …
เมษายน 2, 2008
เมษายน 1, 2008
ทักทาย
เมื่อพูดถึงพี่กับน้อง ยังไงยังไงก็ดูมีความสนิทสนม มีความรักความเอื้ออาทรเจือปนอยู่ในคำสองคำนี้ พี่น้องในความหมายของเราอาจไม่ใช่พี่น้องที่คลานตามกันมาหรอก ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องในสังคมไทย มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก โดยเฉพาะในสังคมของพวกเราในรั้วมหาวิทยาลัย พวกเรามีการสืบทอด สร้างสรรกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สายสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้องคงมีอยู่ต่อไป หลายคนอาจรู้สึกต่อต้าน หลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายต่อกิจกรรมเหล่านั้น เราบอกได้เลยว่า เราผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาแล้ว เมื่อนึกย้อนกลับไป ในบางครั้งเรารู้สึกเสียดายโอกาสเหมือนกันที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านั้น กิจกรรมที่พี่ๆ สืบทอดมามีผลต่ออาชีพและการทำงานของเราในเวลาต่อมาเหมือนกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเราพลาดโอกาสนั้นไปแล้วเราจะหมดโอกาสหลายๆ อย่าง ความสัมพันธ์พี่น้องอาจเรียกได้ว่ามันเป็นจิตสำนึกของคนไทยอย่างหนึ่งก็ว่าได้ เราในฐานะเป็นพี่ เราต้องรู้ว่า พี่คืออะไร พี่ไม่ใช่ว่า แค่อายุมากกว่าน้องเท่านั้น (สักแต่ว่าอายุมาก) ถ้าใครคิดว่า เราแก่กว่า เราเป็นพี่คิดแค่นั้นไม่พอ พี่ที่ดีต้องมีน้ำใจ พี่ที่ดีต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับน้อง ช่วยเหลือน้องตามแต่โอกาสและกำลังของพี่ ไม่ฆ่า (ทำลาย) น้องเพราะผลประโยชน์ ในขณะเดียวกันเราในฐานะที่เป็นน้องก็ใช่ว่า เอาแต่ได้ทุกอย่าง เราคงต้องทำตัวให้เหมือนกับพี่เหมือนกัน เราต้องมีน้ำใจ มีสัมมาคาระ มีความอ่อนโน้มถ่อมตัว เป็นต้น หากพี่กับน้องมีสิ่งเหล่านี้ สังคมเราจะมีความอบอุ่น มีความน่าอยู่ สังคมของพวกเราในปัจจุบันยังไม่เลวร้ายมากมายนักหรอก แต่เราอยากให้ตระหนักกันเข้าไว้ หมั่นฝึกจิตใจกันเข้าไว้ สะสมสิ่งที่ดีที่ควรจะมีในตัวพี่ สิ่งที่ควรจะมีในตัวน้อง เราเชื่อว่า สังคมของพวกเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องคอยให้คนโน้นคนนี้ทำหรอก เราทำของเรา ถ้าทุกคนทำ มันจะเต็มไปด้วยคนดีๆ คนมีอัธยาศัยดี สนทนาด้วยติดต่อด้วยแล้วรู้สึกดี …. นั่นแหละที่อยากให้เป็น ….
มีนาคม 31, 2008
สิ่งที่ขาดหายไป
หากท่านลองสงบจิตสงบใจ และค่อยๆ นึกย้อนหลังไปสัก ๒๐ ปี (วันรุ่นอาจทำไม่ได้) ท่านลองเปรียบเทียบสังคมในยุคนั้นกับสังคมในยุคนี้ ท่านจะพบว่า มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่หายไปจากสังคมไทย (น้องๆ วัยรุ่นอาจให้ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังได้ เราเชื่อว่า สิ่งที่หายไป หรือพวกเราคนไทยได้ทำมันหายไปจากสังคมคนไทย มันมีผลต่อวิถีการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมของพวกเรา .. ท่านเห็นด้วยหรือไม่.. พวกเราทุกวันอาจมีความสุขมากกว่าที่ทุกวันนี้เป็นก็ได้ … เราลองมานึกกันดูซิว่า … แล้วอะไรหล่ะที่หายไป…